รีวิว City Hunter หนังฉบับคนแสดง ดัดแปลงจากมังงะออกมาได้ดี

แมวโม้รีวิว

แมวผู้รักในการดูหนัง, ซีรีส์ และอนิเมะ รวมทั้งยังชื่นชอบในการอ่านการ์ตูนอีกด้วย และหลังจากดูแล้ว อ่านแล้ว ก็อยากจะเขียนบรรยายถึงความรู้สึกหลังจากได้ดูได้อ่านไป แต่แมวไม่ใช่กูรู แมวไม่ใช่นักวิจารณ์นะฮะ คะแนนที่ให้ คำรีวิวที่เขียน ล้วนออกมาจากความรู้สึก ชอบ/ไม่ชอบล้วนๆ ฮะ

          [รีวิว] City Hunter ภาพยนตร์ฉบับคนแสดงที่ดัดแปลงจากมังงะออกมาได้ดี [Movie]

ซิตี้ฮันเตอร์ (City Hunter) | ตัวอย่างอย่างเป็นทางการ | Netflix

          City Hunter (シティーハンター) ภาพยนตร์ Drama Action Comedy จาก Netflix ที่ดัดแปลงมาจากมังงะดังของยุค 80 ชื่อเรื่องเดียวกันของอาจารย์ Tsukasa Hojo

  • เขียนบทโดย Tatsuro Mishima (จากภาพยนตร์เรื่อง ZOM 100: Bucket List of the Dead และซีรีส์เรื่อง Yu Yu Hakusho)
  • กำกับโดย Yūichi Satō

นำแสดงโดย

  • Ryohei Suzuki (จากภาพยนตร์เรื่อง Egoist) รับบทเป็น Ryo Saeba
  • Misato Morita (จากซีรีส์เรื่อง The Naked Director และ The Naked Director 2) รับบทเป็น Kaori Makimura
  • Masanobu Ando (จากภาพยนตร์เรื่อง Rurouni Kenshin: The Beginning และซีรีส์เรื่อง Fishbowl Wives) รับบทเป็น Hideyuki Makimura
  • Asuka Hanamura (จากภาพยนตร์เรื่อง Hatsukoi Sukecchi: Maitchingu Machiko Sensei) รับบทเป็น Kurumi
  • Fumino Kimura (จากซีรีส์และภาพยนตร์เรื่อง Seven Secretaries) รับบทเป็น Saeko Nogami
  • Ayame Misaki (จากภาพยนตร์เรื่อง Attack on Titan ทั้ง 2 ภาค) รับบทเป็น Tsukino Seta
          รับชมได้ทาง Netflix
City Hunter

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Netflix

เนื้อเรื่อง/เรื่องย่อ

          เรื่องราวของ ซาเอบะ เรียว และ ฮิเดยูกิ มากิมูระ 2 คู่หูนักสืบเอกชนที่คอยรับงานบอดี้การ์ดและงานสืบสวนต่างๆ จากลูกค้าที่มาจ้างงานผ่านกระดานข่าวที่ติดอยู่ที่สถานีรถไฟชินจูกุ
          วันหนึ่งพวกเขาได้รับการว่าจ้างให้ตามหา คุรุมิ สาวนักคอสเพลย์ จากผู้ว่าจ้างที่อ้างว่าเป็นพี่สาวของ คุรุมิ โดยหารู้ไม่ว่าการรับทำคดีนี้จะนำพาพวกเขาไปพบกับองค์กรลับองค์กรหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังอันเลวร้ายที่คอยแอบแฝงซ่อนตัวอยู่ในตัวเมืองชินจูกุแห่งนี้
City Hunter

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Netflix

City Hunter

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Netflix

City Hunter

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Netflix

City Hunter

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Netflix

ความรู้สึกหลังดูจบ

          เฮ้ย!!! ทำออกมาได้ดีกว่าที่คิดเลยฮะ แค่เปิดเรื่องมาก็เห็นถึงความตั้งใจของทีมสร้างแล้วฮะ สามารถเก็บฟีลลิ่งของความเป็น ซิตี้ฮันเตอร์ แบบต้นฉบับมังงะได้อย่างครบถ้วน รวมถึงเพลงประกอบยังชวนให้นึกถึงฉบับอนิเมะได้เหมือนกัน

          การปรับบริบทจากเหตุการณ์ที่เกิดในช่วงปลายยุค 80 แบบมังงะต้นฉบับมาเป็นช่วงเวลาในยุคปัจจุบันก็ทำออกมาได้ดี
          สิ่งหนึ่งที่ถูกดัดแปลงและตีความใหม่อย่างเห็นได้ชัดเลยก็คือลดความเป็น “การ์ตูน” ลงและปรับให้มีความเรียลมากขึ้น มีความเป็น “คนจริงๆ” มากขึ้น (แม้จะยังมีฉากที่โอเวอร์เกินจริงอยู่ก็ตามที ซึ่งก็ไม่ต่างจากหนังแอ็คชั่นทั่วๆ ไปนั่นแหละ)
          แม้กระทั่งมุกที่แฟนๆ ชื่นชอบอย่างมุก “ค้อน 100 ตัน” ของ “คาโอริ” ที่ในมังงะจะมีความเป็น “โคตรการ์ตูน” ก็ถูกนำมาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของหนังได้เป็นอย่างดี (ใส่มาพอให้เป็นกิมมิคเฉยๆ แค่นี้ก็โดนใจแฟนๆ แล้วฮะ)

          ส่วนดีกรีความหื่นของ “ซาเอบะ เรียว” ก็เช่นกัน ถูกปรับลดระดับความหื่นลงมาจากในต้นฉบับมังงะค่อนข้างเยอะพอสมควร (รวมถึงมุก “เรียวน้อย” ในตำนานก็ถูกตัดออกไปด้วย) ซึ่งก็พอเข้าใจได้และนับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้วฮะที่ปรับให้มาเป็นแบบในหนัง เพราะหลายๆ มุกหื่นตามต้นฉบับมังงะนั้นค่อนข้างที่จะออกไปในแนวการคุกคามทางเพศอยู่พอสมควร ซึ่งแม้ในช่วงปลายยุค 80 เรื่องการต่อต้านการคุกคามทางเพศอาจจะยังไม่ค่อยมีเท่าไหร่นัก แต่ถ้านำมุกเหล่านั้นมาใช้ในยุคนี้ละก็โดนด่ายับแน่นอน

          สิ่งที่ชอบที่สุดในเรื่องก็เห็นจะเป็นฉากแอ็คชั่น ดูสนุกและน่าตื่นเต้นมาก และที่สำคัญคือมุมกล้องสวยงามมากฮะ โดยเฉพาะกับฉากการยิงปืนของ “ซาเอบะ เรียว” ที่ถือว่าเป็นจุดเด่นของพระเอกทำออกมาได้อย่างเท่ห์เลยฮะ
City Hunter

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Netflix

          สำหรับสิ่งที่ดูจะขัดใจแฟนๆ มังงะที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องของแคสตัวละครผู้หญิงโดยเฉพาะตัวละครหลัก 2 ตัวอย่าง “คาโอริ” และ “ซาเอโกะ” ที่ดูจะปรับลดบทบาทและความสวยเซ็กซี่ลงอย่างเห็นได้ชัด อย่างตัวละคร “คาโอริ” เรื่องการลดบทบาทนั้นจุดนี้ไม่ติดเท่าไหร่ เพราะเข้าใจได้ว่าเนื้อเรื่องในหนังภาคนี้จะเป็นช่วงเวลาเพียงไม่กี่วันที่ “คาโอริ” ได้เข้ามาสู่โลกของอาชญากรรรมแบบเต็มตัว แต่ในด้านความสวยของตัวละคร “คาโอริ” นั้นแม้ลุคภายนอกจะออกแนวคล้ายๆ ทอมบอยอยู่สักหน่อย แต่ถ้าว่ากันจริงๆ แล้วความสวยของเธอก็ทะลุภาพลักษณ์ทอมบอยออกมาให้เราได้เห็นกันเลยนะฮะ ซึ่งพอมาในเวอร์ชั่นหนังเรื่องนี้ แม้จะได้ Misato Morita ที่เคยโดดเด่นสวยสง่าออร่ามาเต็มมากในตอนที่เล่นเรื่อง The Naked Director พอมาเจอกับการเมคอัพในเรื่องนี้เข้าถึงกับดับเลยฮะ กลายเป็นตัวละครที่ไร้เสน่ห์ไปเลย

          ส่วนตัวละคร “ซาเอโกะ” นี่หนักกว่าเลยฮะ มีการปรับบุคลิกไปจากเดิมเยอะมาก จากสาวสวยทรงเสน่ห์สุดเซ็กซี่ กลายมาเป็นสาวสวยผู้เคร่งขรึมที่ไร้ความเซ็กซี่ แถมยังถูกลดบทบาทกลายเป็นตำรวจหัวหน้าหน่วยธรรมดาที่แทบจะไม่มีความสำคัญกับเรื่องเลย ทั้งๆ ที่ตัวละครตัวนี้ ก็เป็นอีก 1 ตัวละครที่จะปรากฏคู่กับตัวละคร “ซาเอบะ เรียว” อยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะกับการหว่านเสน่ห์ใส่ “ซาเอบะ เรียว” เพื่อหลอกล่อเอาข้อมูลหรือหลอกให้ทำอะไรให้ก็ตาม ซึ่งซีนเหล่านี้ถือว่าเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของมังงะเรื่องนี้เลยก็ว่าได้
City Hunter

          สรุป >> ให้ไป 8 เต็ม 10 นะฮะ เป็นหนังอีกเรื่องหนึ่งของ Netflix ที่ดัดแปลงจากมังงะมาเป็นฉบับ Live Action (คนแสดง) ได้ดีเลยฮะ
          ขอบคุณภาพจาก : เฟซบุ๊ก Netflix
Kapook Creator เป็นเนื้อหาที่นำเสนอโดยผู้สร้างสรรค์ที่เข้าร่วมโครงการ หากพบเนื้อหาที่ท่านเห็นว่าไม่ถูกต้องตามกติกา สามารถคลิกแจ้งปัญหาได้ที่นี่
เรื่องอื่นๆของ แมวโม้รีวิว
Advertisements
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
รีวิว City Hunter หนังฉบับคนแสดง ดัดแปลงจากมังงะออกมาได้ดี อัปเดตล่าสุด 8 พฤษภาคม 2567 เวลา 14:55:01 2,022 อ่าน
TOP