กว่าจะมาเป็นหน้ากากฆาตกร Ghostface ในตำนาน

Vintage Motion

เพจหนังที่บอกเล่าเกร็ดภาพยนตร์ ความเป็นมา รวมถึงชีวิตนักแสดง ทีมงาน เพื่อให้เห็นว่ากระบวนการสร้างสรรค์บ่มเพาะใดๆ ล้วนแล้วผ่านอุปสรรค

          กว่าจะมาเป็นหน้ากากฆาตกร “Ghostface” ในตำนาน
หน้ากากผี

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Scream Movies

          เป็นเวลาเกือบ 27 ปีมาแล้วนับตั้งแต่ที่ Scream (1996) ภาคแรกออกฉายจนถึงวันที่หนังภาค 6 อย่าง Scream VI (2023) กำลังรอให้ผู้ชมไปพิสูจน์ความผวาครั้งใหม่ในโรง ณ ตอนนี้ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่บอกได้ก็คือหน้ากากผีอย่างเจ้า Ghostface ยังคงเป็นหนึ่งในภาพจำที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาหนังฆาตกรไล่เชือด สมควรยกให้เป็นการเลือกเฟ้นและออกแบบที่ยอดเยี่ยม
          ย้อนไปตอนที่ Scream อยู่ในขั้นตอนการสร้าง ทาง เควิน วิลเลียมสัน มือเขียนบทคนต้นคิดได้บรรยายรูปลักษณ์ฆาตกรไว้เพียงว่า “ใส่หน้ากากผีสีขาว” จึงกลายเป็นโจทย์ให้ผู้กำกับ เวส เครเวน และทีมงานขบคิดต่อว่า “ฆาตกรต้องมีหน้าตาอย่างไร”
หน้ากากผี

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Scary Movie

          แล้ววันดีคืนดี ขณะกำลังสำรวจทำเลถ่าย มารีแอนน์ แมดเดลนา หนึ่งในโปรดิวเซอร์ก็บังเอิญไปเตะตาหน้ากากผีในห้องนอนเด็กของบ้านหลังหนึ่ง ลักษณะของมันเป็นสีขาวโพลน ส่วนดวงตาและปากยืดออกหงิกงอเป็นหลุมลึกโบ๋สีดำทะมึน ช่างเป็นหน้ากากที่สื่ออารมณ์ต่างๆ ปะปน สยอง เศร้า และคลั่ง สมกับที่ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพวาดอันลือลั่นของ เอ็ดวาร์ด มุงค์ ที่ชื่อ “The Scream” พวกเขาเห็นตรงกันว่านี่คือดีไซน์ใบหน้าฆาตกรที่ใช่ที่สุด
          ทีนี้ เมื่อถึงขั้นตอนซื้อลิขสิทธิ์มาใช้งาน จึงพบว่าบริษัทผู้ผลิตคือ Fun World ซึ่งออกแบบหน้ากากนี้วางขายช่วงฮัลโลวีนเมื่อต้นทศวรรษ 90 และเดิมทีหน้ากากถูกเรียกตามลักษณะแปลกๆ ส่วนดวงตาคล้ายถั่วลิสงว่า “Peanut-Eyed Ghost” ก่อนจะตั้งชื่อใหม่อย่างเป็นทางการว่า “Ghostface” หลังจากปิดดีลกับค่ายหนัง
หน้ากากผี

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Scream Movies

          ขณะเดียวกันยังมีเกร็ดที่น่าสนใจอีกอย่าง โดยในช่วงก่อนการเจรจาซื้อลิขสิทธิ์เสร็จสิ้นนั้น ทีมงานเคยดัดแปลงหน้ากากของเดิมเป็นเวอร์ชั่นที่สองเอาไว้เป็นแผนสำรองในกรณีที่คว้าสิทธิ์ไม่สำเร็จ และหากสังเกตดีๆ จะเห็นว่าบางฉากของ Scream ภาคแรกมีการใช้หน้ากากเวอร์ชั่นสองซึ่งดูต่างออกไป
          อย่างไรก็ตาม ต่อให้ผ่านขั้นตอนต่างๆ มาอย่างราบรื่น ดีไซน์นี้ของ Ghostface ก็ยังไม่วายฉิวเฉียดจะไม่ใช่แบบที่เห็นในปัจจุบัน สืบเนื่องจาก บ็อบ ไวน์สตีน (น้องชาย ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน) ที่มีอำนาจบริหารไดเมนชั่นฟิล์ม (ค่ายออกทุนสร้าง) นั้นเกิดไม่มั่นใจในรูปลักษณ์ขึ้นมากะทันหัน เกรงว่าไอ้หน้ากากเจ้ากรรมจะกลายเป็นตัวตลกให้คนดูหัวเราะเยาะ จึงมีใบสั่งไปยังผู้กำกับเครเวนว่าให้ถ่ายฉากเดิมซ้ำ 7 รอบด้วยหน้ากากอีก 7 แบบ
หน้ากากผี

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Scream Movies

          ทว่า สิ่งที่ผู้กำกับสุดเก๋าอย่างเครเวนทำก็คือไม่สนใจ และเดินหน้าถ่ายทำด้วยหน้ากากแบบเดิมแบบเดียวนั้นไปก่อนจะส่งให้ไวน์สตีนผู้น้องลองรับชมอีกที และปฏิกิริยาของบ็อบก็คือ “โอ้โห โคตรเจ๋งเลยว่ะ ขาดเหลืออะไรบอกผมเลยนะ”
          และแล้ว เราก็ได้รู้จักกับใบหน้าเจ้า Ghostface นี้มาตลอดเกือบสามทศวรรษ ภาพจำความสยอง (หรืออาจจะความฮา) ที่ยืนยงผ่านแฟรนไชส์ Scream หรือแม้แต่หนังล้อเลียนแบบ Scary Movie (2000) แต่นั่นแลเสน่ห์ของมัน ตัวแทนของความตลกร้ายกวนประสาทสุดโหดซึ่งช่วยผลักดันวัฒนธรรมความสยองเรื่อยมา
หน้ากากผี

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Scream Movies

Kapook Creator เป็นเนื้อหาที่นำเสนอโดยผู้สร้างสรรค์ที่เข้าร่วมโครงการ หากพบเนื้อหาที่ท่านเห็นว่าไม่ถูกต้องตามกติกา สามารถคลิกแจ้งปัญหาได้ที่นี่
Advertisements
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
กว่าจะมาเป็นหน้ากากฆาตกร Ghostface ในตำนาน อัปเดตล่าสุด 30 มีนาคม 2566 เวลา 11:02:07 1,522 อ่าน
TOP